![]()
แนวทางปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กรณีเกิดการแพร่ระบาด โรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่
#แนวทางปฏิบัติขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกรณีเกิดการแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่เทศบาลเมืองปรกฟ้า
…พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๔๕ (๘) ประกอบกับกฎกระทรวง (พ.ศ. ๒๕๔๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๐ (๑๔) พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๕๐ (๔) มาตรา ๕๓ (๑) และมาตรา ๕๖ (๑) พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๖๗ (๓) และพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ บัญญัติให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการป้องกัน ควบคุมและระงับโรคติดต่อ และเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการในการป้องกันควบคุมและระงับ การระบาดของโรคระบาดสัตว์ ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ มิให้เกิดการแพร่กระจาย ไปยังพื้นที่อื่น และบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดดังกล่าว ประกอบกับ ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การ บริหารส่วนตำบล ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ตลอดจนเจ้าหน้าที่ ของเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบล เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีอำนาจหน้าที่รับแจ้ง กรณีสัตว์ป่วยหรือตาย ตามมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๒ และออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของจัดการเกี่ยวกับสัตว์ป่วย หรือซากสัตว์ ตามมาตรา ๑๓ รวมทั้งมีอำนาจกักสัตว์หรือซากสัตว์ที่ไม่มีเจ้าของตามมาตรา ๑๕ ดังนั้น เพื่อเป็นการ ป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการ ดังนี้
รับแจ้งจากเจ้าของสัตว์กรณีที่พบว่า
๑.๑ มีสัตว์ป่วยหรือตายโดยรู้ว่าเป็นโรคระบาด
๑.๒ มีสัตว์ป่วยหรือตายโดยไม่รู้สาเหตุ หรือในหมู่บ้านเดียวกัน หรือบริเวณใกล้เคียงกัน มีสัตว์ป่วยหรือตายมีอาการคล้ายคลึงกันในระยะเวลาห่างกันไม่เกิน ๗ วัน ให้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สารวัตร หรือสัตวแพทย์ในพื้นที่ ภายในเวลา ๑๒ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ทราบว่าสัตว์ป่วย หรือตาย โดยให้เจ้าของสัตว์แจ้งด้วยตนเองหรือทางหมายเลขโทรศัพท์ของสำนักงานในพื้นที่ หรือผ่านทางช่องทางอื่น ๆ ของกรมปศุสัตว์ โดยให้แจ้งชนิด จำนวนและลักษณะการป่วยหรือตายของสัตว์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ สารวัตร หรือสัตวแพทย์ ทราบ เพื่อหาสาเหตุตรวจสอบโรคระบาดและดำเนินการควบคุมป้องกันโรคระบาด
ให้เจ้าของสัตว์ดำเนินการกับสัตว์ป่วยหรือตายตามข้อ ๑
๒.๑ กรณีมีสัตว์ป่วย ให้เจ้าของสัตว์แยกสัตว์ป่วยออกจากสัตว์ปกติ และควบคุมสัตว์ป่วย ทั้งหมดไว้ภายในฟาร์มหรือสถานที่เลี้ยงนั้น ให้บุคคลอื่นใดย้ายสัตว์ป่วยหรือตาย และห้ามมิให้เจ้าของย้ายสัตว์ป่วยหรือตายไปจากบริเวณนั้น หรือยินยอม
๒.๒ กรณีมีสัตว์ตาย ให้เจ้าของสัตว์ควบคุมซากสัตว์นั้นให้คงอยู่ ณ สถานที่ที่สัตว์นั้นตาย และห้ามมิให้เจ้าของสัตว์หรือบุคคลใดย้าย ชำแหละซากสัตว์นั้น เว้นแต่สัตวแพทย์ได้ตรวจพิสูจน์แล้วว่าสัตว์นั้น มิได้ป่วยหรือตายโดยโรคระบาด หรือสัตวแพทย์สั่งเป็นอย่างอื่น
ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ สารวัตร หรือสัตวแพทย์ ไม่อาจมาตรวจซากสัตว์นั้นภายในเวลา ๑๒ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่สัตว์นั้นตาย ให้เจ้าของสัตว์ฝังซากสัตว์หรือเผาซากสัตว์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หากไม่สามารถฝังหรือเผาได้ ให้ทำลายโดยวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร
รับแจ้งจากเจ้าของที่ดินกรณีที่พบว่า
๓.๑ มีสัตว์ที่ไม่ปรากฏเจ้าของป่วยหรือตายในที่ดินของบุคคลใด โดยรู้ว่าเป็นโรคระบาด หรือโดยไม่รู้สาเหตุ ให้เจ้าของที่ดินมีหน้าที่แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ สารวัตร หรือสัตว์แพทย์ ภายในเวลา ๑๒ ชั่วโมง นับแต่เวลาที่ทราบว่าสัตว์ป่วยหรือตาย โดยให้แจ้งและดำเนินการกับสัตว์ป่วยหรือตายตามวิธีการที่กำหนดในข้อ ๒
๓.๒ มีสัตว์หรือซากสัตว์นั้นเป็นโรคระบาดหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคระบาด ให้สัตวแพทย์ทำสายสัตว์หรือซากสัตว์นั้น และสัตว์หรือซากสัตว์อื่นที่เป็นพาหะของโรคระบาด หรือจัดการโดยวิธีอื่น ตามที่เห็นสมควรเพื่อป้องกันมิให้โรคระบาดแพร่กระจายต่อไป
หน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสัตวแพทย์ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๘
๔.๑ เมื่อได้รับแจ้งจากเจ้าของสัตว์ตามข้อ ๑ หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีสัตว์ป่วยหรือตาย โดยโรคระบาด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้เจ้าของสัตว์จัดการ ดังนี้
โดยวิธีอื่น ตามที่เห็นสมควร
(๑) กักขัง แยก หรือย้ายสัตว์ป่วยหรือสงสัยว่าป่วยไว้ภายในเขตตามวิธีการที่กำหนด
(๒) ฝัง หรือเผาซากสัตว์นั้น ณ ที่ที่กำหนด ถ้าการฝังหรือเผาไม่อาจทำได้ให้ทำลาย
(๓) กักขัง แยก หรือย้ายสัตว์ที่อยู่ร่วมฝูงหรือเคยอยู่ร่วมฝูงกับสัตว์ที่ป่วยหรือสงสัยว่าป่วย หรือตายไว้ ภายในเขตตามวิธีการที่กำหนด
๔.๒ เมื่อได้รับแจ้งหรือตรวจพบว่า มีสัตว์ป่วยหรือตายโดยรู้ว่าเป็นโรคระบาด หรือโดยไม่รู้ สาเหตุในที่สาธารณะ หรือในที่ดินที่ไม่ปรากฏเจ้าของ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ มีอำนาจกักสัตว์ที่ป่วยหรือตายนั้นไว้ ตามที่เห็นสมควรภายในบริเวณนั้น และห้ามมิให้บุคคลใดเคลื่อนย้าย ชำแหละ หรือกระทำการอื่นใดแก่สัตว์ หรือซากสัตว์จนกว่าสัตวแพทย์ได้ตรวจพิสูจน์แล้วว่า สัตว์นั้นมิได้ป่วยหรือตายโดยโรคระบาด หรือสัตวแพทย์ สั่งเป็นอย่างอื่น ในกรณีที่สัตว์หรือซากสัตว์เป็นโรคระบาด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคระบาด ให้สัตวแพทย์ ทำลายสัตว์ หรือซากสัตว์นั้น และสัตว์หรือซากสัตว์อื่นที่เป็นพาหะของโรคระบาด หรือจัดการโดยวิธีอื่น ตามที่เห็นสมควร เพื่อป้องกันมีให้โรคระบาดแพร่กระจาย
บูรณาการร่วมกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัด เพื่อดำเนินการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า
๕.๑ สำรวจสัตว์สุนัขและแมว บริเวณที่เกิดโรคพิษสุนัขบ้าในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
๕.๒ รณรงค์การฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้แก่สุนัขและแมวร่วมกับสำนักงาน ปศุสัตว์จังหวัด โดยการฉีดวัคซีนให้กับสุนัขและแมวที่ไม่เคยฉีดและที่เคยฉีดวัคซีนไปแล้ว เพื่อเป็นการกระตุ้น สุนัขและแมวที่กำลังจะหมดภูมิคุ้มกันหรือหมดภูมิคุ้มกันโรคพิษสุนัขบ้าไปแล้วเกิน ๑ ปี ทั้งนี้ เพื่อป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าจากสุนัขและแมวสู่คน
๕.๓ ดำเนินการเฝ้าระวังและสังเกตอาการสุนัขที่สงสัยว่ามีประวัติการสัมผัสกับสุนัข ที่ตรวจพบเชื้อและสุนัขที่ไม่มีเจ้าของ เพื่อควบคุมการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า
๕.๔ กรณีสุนัขที่มีเจ้าของให้เจ้าของสัตว์เฝ้าระวังและสังเกตอาการอย่างน้อย 5 เดือน ถ้ามีอาการสงสัยให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง เพื่อส่งตัวอย่างสุนัขไปตรวจทางห้องปฏิบัติการต่อไป
บูรณาการร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด เพื่อดำเนินการควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า
๖.๑ ดำเนินการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้สัมผัสโรคหรือสงสัยว่าสัมผัสโรคพิษสุนัขบ้า โดยให้คำแนะนำ ให้ไปเข้ารับบริการการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่โรงพยาบาลให้ครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
๖.๒ กรณีพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้า ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มี สถานบริการสาธารณสุขเปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ให้แก่ผู้สัมผัสโรคหรือสงสัยว่าสัมผัสโรค
ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจและตระหนักในเรื่อง โรคพิษสุนัขบ้าให้แก่ประชาชน เยาวชน และนักเรียน ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ สื่อออนไลน์ หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน รถประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ โดยเน้นการนำสุนัขและแมวไปเข้ารับบริการ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า หรือกรณีเมื่อถูกสุนัขและแมวกัดหรือข่วน เลียบาดแผลให้รีบทำความสะอาดบาดแผล เบื้องต้น พร้อมทั้งไปขอรับบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ครบตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด
บูรณาการร่วมกับผู้นำท้องที่ หรือผู้นำชุมชน ตลอดจนจิตอาสาหรืออาสาสมัครในพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือประชาสัมพันธ์ให้เจ้าของสุนัขและแมว ดำเนินการกักขังสัตว์ไว้เพื่อสังเกตอาการในช่วงการเกิด โรคพิษสุนัขบ้า อย่างน้อย ๑๐ วัน หากพบสุนัขและแมวในพื้นที่มีอาการโรคพิษสุนัขบ้าให้รีบแจ้งสำนักงานปศุสัตว์ จังหวัดหรืออำเภอ และร่วมเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้าอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้คำแนะนำวิธีการสังเกตอาการของสุนัข

